บล็อกปฏิทินฟัน
ตรวจทานโดยทันตแพทย์วัยเตาะแตะ (1–3 ปี)

ขนมวัยสองขวบ เริ่มจากกำหนดความถี่ก่อน: วิธีกำหนดเวลาขนมเพื่อลดฟันผุ

ทั้งปริมาณและความถี่ในการกินของหวานสำคัญ โดยเฉพาะอย่าแบ่งกินทีละนิดหลายครั้ง มาดูหลักการที่ทำให้ปากเป็นกรด วิธีกำหนดเวลาขนมในแต่ละวัน และวิธีเลือกขนมที่ทำร้ายฟันน้อยกว่า

สรุปสั้น ๆ

  • ขนมเท่ากัน ถ้ากินรวดเดียวจะทำอันตรายน้อยกว่า
  • ระหว่างมื้อให้แค่น้ำเปล่า
  • ขนมเหนียวให้หลังมื้ออาหารทันที

"ลูกอมเม็ดเดียวคงไม่เป็นไร" "ให้ทีละนิดเท่านั้น ไม่เป็นไรหรอก" เป็นความคิดที่เกิดขึ้นได้ง่าย แต่สำหรับฟัน ทั้งปริมาณและความถี่สำคัญ และที่สำคัญเป็นพิเศษคืออย่าแบ่งกินทีละนิดหลายครั้ง ช่วงวัยสองขวบเป็นเวลาที่ดีในการกำหนดเวลามื้ออาหารและขนม บทความนี้รวบรวมว่าทำไมความถี่จึงสำคัญ และที่บ้านควรกำหนดอย่างไรดี

ทำไม "บ่อยแค่ไหน" จึงสำคัญ

เมื่อกินของหวาน เชื้อแบคทีเรียในปากจะกินน้ำตาลแล้วสร้างกรด ทุกครั้งที่กิน ในปากจึงเป็นกรดนาน 20 นาทีขึ้นไป และระหว่างนั้นผิวฟันจะค่อย ๆ ละลายไปทีละน้อย โชคดีที่เมื่อหยุดกิน น้ำลายจะชะล้างกรด และทำให้ฟันที่ละลายไปกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

ปัญหาคือเมื่อไม่มีเวลาฟื้นตัวนี้ ถ้าหยิบขนมกินทีละกำมือตลอดวัน หรือใส่เครื่องดื่มหวานในแก้วหลอดดูดแล้วจิบเรื่อย ๆ ในปากก็จะเป็นกรดต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ฟันจึงไม่มีโอกาสฟื้นตัว

ปริมาณเท่ากัน ถ้ากินรวดเดียวแล้วจบจึงดีต่อฟันกว่ามาก เช่น การกินขนมหนึ่งถุงจนหมดในเวลาขนม กับการกินขนมถุงเดียวกันทีละนิดตลอดช่วงเช้า แม้ปริมาณเท่ากัน แต่สำหรับฟันเป็นคนละเรื่องกันเลย แต่ไม่ได้หมายความว่ากินมากได้เพียงเพราะกินรวดเดียว

ยังมีเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่มักมองข้ามด้วย

ลองกำหนดเวลากินในแต่ละวัน

  1. กำหนดเวลาอาหารสามมื้อและขนมสองครั้งต่อวัน ถ้ากินในเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน ลูกจะจับจังหวะได้เร็ว
  2. ระหว่างเวลาที่กำหนดไม่กิน ถ้าลูกบอกว่าหิว ให้บอกว่ามื้อต่อไปหรือเวลาขนมคือเมื่อไร ถ้าเวลาสม่ำเสมอ การงอแงก็จะลดลง
  3. ระหว่างมื้อให้แค่น้ำเปล่า นมก็ให้ดื่มพร้อมมื้ออาหาร สร้างนิสัยว่าเวลากระหายให้ดื่มน้ำเปล่า
  4. เลือกขนมที่หวานน้อยและไม่เหนียว ขนมที่ต้องเคี้ยว เช่น ผลไม้ ชีส และผักจะดี
  5. ลูกอม เยลลี่ และผลไม้อบแห้ง ให้เฉพาะหลังมื้ออาหารทันที ถ้าจะให้ ให้เป็นของหวานหลังกินข้าวเสร็จทันที แทนการให้เป็นขนมแยก จำนวนครั้งที่ปากเป็นกรดจะได้ไม่เพิ่มอีกหนึ่งครั้ง
  6. นั่งกินแล้วจบ ถ้าถือขนมเดินไปมาหรือกินไปเล่นไป เวลาที่กินก็จะยาวขึ้น

ลดตัวน้ำตาลเองด้วยก็ดี องค์การอนามัยโลกแนะนำให้กินน้ำตาลอิสระ (น้ำตาลที่เติมเพิ่มและน้ำตาลในน้ำผลไม้) น้อยกว่า 10% ของพลังงานต่อวัน และถ้าเป็นไปได้น้อยกว่า 5% กำหนดความถี่และลดปริมาณไปด้วย จะดีต่อฟันที่สุด

สองสามวันแรก ลูกอาจรบเร้าขอขนมก่อนเวลาที่กำหนด ถ้าทุกคนในบ้านทำตามกฎเดียวกัน ลูกจะคุ้นเคยได้เร็ว เวลาออกนอกบ้านก็เตรียมขวดน้ำให้ลูกแทนการถือถุงขนมไปด้วย

คำถามที่พบบ่อย

นมดีต่อร่างกาย ให้ระหว่างมื้อไม่ได้หรือ?

นมเป็นอาหารที่ดี แต่มีน้ำตาลอยู่ ถ้าดื่มบ่อย ๆ ระหว่างมื้อ สำหรับฟันก็เหมือนขนม ให้ดื่มนมพร้อมมื้ออาหาร และระหว่างมื้อให้ดื่มน้ำเปล่า

ผลไม้ให้ได้ไหม?

ได้ ผลไม้เป็นขนมที่ดี แต่ผลไม้ก็ควรกินในเวลาขนมที่กำหนดแล้วจบ ผลไม้สดทั้งชิ้นดีกว่าน้ำผลไม้ที่คั้นแต่น้ำหรือผลไม้อบแห้ง

ต้องแปรงฟันทุกครั้งหลังกินขนมไหม?

การแปรงทุกครั้งคงยาก หลังกินขนมแค่ให้ลูกดื่มน้ำก็ได้ สิ่งที่สำคัญกว่าคือไม่ข้ามการแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์วันละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะก่อนนอนต้องแปรงเสมอ

ห้ามให้ลูกอมเลยหรือ?

ห้ามทั้งหมดคงไม่ง่าย ถ้าจะให้ ให้กินหลังมื้ออาหารทันทีแล้วจบในครั้งเดียว ลูกอมที่อมนาน ๆ และเยลลี่ที่ติดฟัน ลดให้น้อยลงเท่าที่ทำได้

เมื่อไรควรพาไปหาหมอฟัน

รับการแจ้งเตือนในเวลาที่เหมาะสม

เพียงคุณพ่อคุณแม่ใส่วันเกิดของลูก (หรือวันกำหนดคลอด) ในแอปปฏิทินฟัน บทความเหล่านี้จะส่งมาเป็นการแจ้งเตือนในช่วงเวลาที่สำคัญ ใช้ได้ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลในบทความนี้มีไว้เพื่อการให้ความรู้ทั่วไป และไม่สามารถใช้แทนการรักษาโดยทันตแพทย์ได้ โปรดปรึกษาทันตแพทย์เกี่ยวกับอาการของลูก

← บทความทั้งหมด