เตรียมย้ายจากทันตแพทย์เด็กไปคลินิกผู้ใหญ่: ให้ลูกนัดเองและสรุปประวัติการทำฟัน
ก่อนย้ายไปคลินิกทันตกรรมสำหรับผู้ใหญ่ เตรียมให้ลูกนัดหมายเองและอธิบายประวัติการทำฟันได้ มาดูวิธีสรุปประวัติในหน้าเดียว การขอสำเนาประวัติการรักษา และเวลาที่เหมาะในการย้าย
สรุปสั้น ๆ
- ให้ลูกของคุณนัดตรวจฟันครั้งหน้าเอง
- สรุปประวัติการทำฟันไว้ในหน้าเดียว
- ขอสำเนาประวัติการรักษาก่อนย้าย
เมื่อลูกขึ้นมัธยมปลาย คุณพ่อคุณแม่ก็เริ่มคิดว่า "ต้องไปหาทันตแพทย์เด็กถึงเมื่อไรนะ" สิ่งที่สำคัญกว่าวันที่ย้าย คือลูกพร้อมจะดูแลฟันของตัวเองแล้วหรือยัง บทความนี้สรุปสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่และลูกควรทำด้วยกันก่อนย้ายไปคลินิกสำหรับผู้ใหญ่
หัวใจไม่ใช่การย้าย แต่เป็นการส่งต่อ
เมื่อใกล้ถึงเวลาย้ายจากทันตแพทย์เด็กไปคลินิกสำหรับผู้ใหญ่ สถาบันทันตกรรมสำหรับเด็กแห่งอเมริกา (AAPD) แนะนำให้เตรียมวัยรุ่นให้ดูแลสุขภาพช่องปากของตัวเองได้ก่อนย้าย ไม่ใช่ย้ายอัตโนมัติเมื่อถึงอายุที่กำหนด แต่ลูก คุณพ่อคุณแม่ และทันตแพทย์คุยกันเพื่อหาเวลาที่เหมาะ
ที่ผ่านมา ทั้งการนัดหมาย การอธิบายอาการ และการตัดสินใจเรื่องการรักษา คุณพ่อคุณแม่คงทำเองเกือบทั้งหมด แต่อีกไม่นาน ลูกจะต้องไปหาทันตแพทย์คนเดียว บอกเองว่าไม่สบายตรงไหน และเลือกการรักษาเอง หัวใจสำคัญของช่วงนี้จึงเป็น การให้ลูกเป็นผู้นำ คุณพ่อคุณแม่ถอยออกมาหนึ่งก้าว เป็นผู้คอยสนับสนุนอยู่ข้างหลัง
การที่ลูกรู้ประวัติการทำฟันของตัวเองก็มีข้อดีหลายอย่าง ที่คลินิกใหม่ไม่ต้องตรวจซ้ำแบบเดิม และบอกข้อมูลที่เกี่ยวกับความปลอดภัย เช่น อาการแพ้หรือยาที่ใช้ ได้อย่างถูกต้อง
ตอนนี้ลูกคือตัวเอก
แทนที่จะส่งต่อทั้งหมดในครั้งเดียว ลองให้ลูกรับผิดชอบเรื่องเล็ก ๆ ไปทีละเรื่อง
- นัดหมายเอง: นัดตรวจฟันครั้งถัดไป ให้ลูกโทรหรือนัดเอง ครั้งแรกคุณพ่อคุณแม่แค่ฟังอยู่ข้าง ๆ เสร็จแล้วบอกว่าทำได้ดีตรงไหน
- ลองเข้าห้องตรวจคนเดียว: ฝึกเข้าห้องตรวจคนเดียวและคุยกับทันตแพทย์โดยตรง คุณพ่อคุณแม่รอที่ห้องรอ และเข้าไปเฉพาะเมื่อจำเป็น
- สรุปประวัติในหน้าเดียว: สรุปประวัติการทำฟันไว้ในหน้าเดียว ฟีเจอร์ส่งออกข้อมูลของแอปช่วยให้ทำได้ง่าย
- ใส่ข้อมูลให้ครบ: เขียนการอุดฟัน การเคลือบหลุมร่องฟัน การจัดฟัน ฟันคุด อาการแพ้ และยาที่ใช้ให้ครบ
- รู้กติกาของรีเทนเนอร์: ถ้าลูกใส่รีเทนเนอร์หลังจัดฟัน ให้ลูกรู้ตารางการใส่และสิ่งที่ต้องทำถ้าทำหาย
เด็กหลายคนรู้สึกว่าโทรนัดครั้งแรกเป็นเรื่องยาก ให้จดไว้ก่อนแค่ชื่อ วันเกิด วันที่อยากนัด และเป็นการตรวจตามนัดหรือมีจุดที่ไม่สบาย แล้วให้พูดตามนั้น จะง่ายขึ้นมาก ก่อนไปตรวจ ลองฝึกจด "ช่วงนี้ไม่สบายตรงไหน" และ "อยากถามอะไร" ไว้ในโน้ตโทรศัพท์สักสองสามบรรทัดก็ดี
สรุปประวัติหน้าเดียวไม่ต้องยิ่งใหญ่ แค่เขียนว่าเคยรักษาอะไรราว ๆ เมื่อไร ตอนนี้ใช้เครื่องมือหรือยาอะไรอยู่ไหม และแพ้อะไรหรือเปล่า ด้วยคำที่ลูกอ่านแล้วเข้าใจ ก็เพียงพอ ระหว่างสรุปไปด้วยกัน บอกลูกด้วยว่า "อันนี้เป็นข้อมูลที่ลูกต้องจำไว้นะ"
ความผิดพลาดที่คุณพ่อคุณแม่ทำบ่อยคือตอบแทนลูกในห้องตรวจ แม้ลูกจะลังเล ก็รอสักนิด ประสบการณ์ที่ได้ลองบอกเองว่า "ไม่สบายตรงไหน ตั้งแต่เมื่อไร" ต้องสะสมไว้ ลูกจึงจะไปรักษาคนเดียวได้
คำถามที่พบบ่อย
ต้องย้ายเมื่ออายุเท่าไร
ไม่มีอายุที่กำหนดไว้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของลูกและการรักษาที่ยังทำอยู่ ปรึกษากับคลินิกที่ไปประจำแล้วตัดสินใจได้เลย
กำลังจัดฟันอยู่ ย้ายตอนนี้ได้ไหม
ถ้ายังจัดฟันหรือดูแลฟันคุดอยู่ ทำให้เสร็จกับคลินิกเดิมก่อนแล้วค่อยย้ายจะดีกว่า เพราะแผนการรักษาและบันทึกจะต่อเนื่องอยู่ที่เดียว
ทำไมต้องขอสำเนาประวัติไว้ก่อน
ถ้าคลินิกใหม่ได้ดูการรักษาและภาพเอกซเรย์ที่ผ่านมา ก็จะเข้าใจสภาพฟันของลูกได้เร็ว และลดการถ่ายภาพเดิมซ้ำ เมื่อเลือกที่ย้ายได้แล้ว ขอไว้ล่วงหน้าจะสะดวกกว่า
ลูกยังไม่กล้าไปคนเดียว
ไม่เป็นไร ครั้งแรกไปด้วยกันแล้วรอที่ห้องรอก่อนก็ได้ ค่อย ๆ ให้ลูกรับผิดชอบทีละขั้น ตั้งแต่นัดหมาย ลงทะเบียน จนถึงเข้าตรวจ ไม่นานลูกก็จะคุ้นเคยเอง
ปรึกษาทันตแพทย์ล่วงหน้าในกรณีเหล่านี้
- ยังจัดฟันหรือรักษาฟันคุดอยู่
- จะไปคลินิกเดิมได้ยากขึ้นเพราะเข้ามหาวิทยาลัยหรือย้ายบ้าน
- รีเทนเนอร์หายหรือแตก
- มีอาการแพ้หรือยาที่ใช้ใหม่
- ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะย้ายไปคลินิกไหน หรือย้ายเมื่อไร
รับการแจ้งเตือนในเวลาที่เหมาะสม
เพียงคุณพ่อคุณแม่ใส่วันเกิดของลูก (หรือวันกำหนดคลอด) ในแอปปฏิทินฟัน บทความเหล่านี้จะส่งมาเป็นการแจ้งเตือนในช่วงเวลาที่สำคัญ ใช้ได้ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก
แหล่งอ้างอิง
- AAPD · Adolescent Oral Health Care (2021)
ข้อมูลในบทความนี้มีไว้เพื่อการให้ความรู้ทั่วไป และไม่สามารถใช้แทนการรักษาโดยทันตแพทย์ได้ โปรดปรึกษาทันตแพทย์เกี่ยวกับอาการของลูก