บล็อกปฏิทินฟัน
ตรวจทานโดยทันตแพทย์วัยเรียน

การจัดฟันเต็มรูปแบบมักเริ่มเมื่อไร: จัดฟันช่วงอายุ 11–13 ปี และวิธีแปรงฟันเมื่อติดเครื่องมือ

การจัดฟันเต็มรูปแบบมักเริ่มราวอายุ 11–13 ปี เมื่อฟันน้ำนมเกือบหลุดหมด มาดูเหตุผลที่เริ่มช่วงนี้ วิธีแปรงฟันและเลือกอาหารเมื่อติดเครื่องมือ และเรื่องที่ควรปรึกษาทันตแพทย์

สรุปสั้น ๆ

  • การจัดฟันเต็มรูปแบบมักเริ่มราวอายุ 11 ถึง 13 ปี
  • ระหว่างจัดฟัน แปรงรอบแบร็กเก็ตหลังอาหารทุกมื้อ
  • เวลาเริ่มตัดสินร่วมกับทันตแพทย์หลังการตรวจประเมิน

พอลูกเรียนชั้นประถมปลาย ก็เริ่มได้ยินว่าเพื่อน ๆ เริ่มจัดฟันกันทีละคนสองคน คุณพ่อคุณแม่ก็เริ่มกังวลว่า "ลูกเราต้องจัดตอนนี้ไหม" หรือ "ช้าไปหรือเปล่า" บทความนี้สรุปช่วงเวลาที่มักเริ่มจัดฟันเต็มรูปแบบและเหตุผล รวมถึงสิ่งที่ควรดูแลที่บ้านหลังติดเครื่องมือ อ่านไปพร้อมกับลูกที่กำลังจะเริ่มจัดฟันก็ได้

ทำไมจึงมักเริ่มช่วงอายุ 11–13 ปี

การจัดฟันเต็มรูปแบบส่วนใหญ่เริ่ม ราวอายุ 11–13 ปี ด้วยเหตุผลสองข้อ

แต่อายุนี้เป็นเพียง "ช่วงที่เด็กหลายคนเริ่ม" ไม่ใช่เวลาที่กำหนดไว้ตายตัวสำหรับทุกคน รูปร่างขากรรไกรและความเร็วในการขึ้นของฟันต่างกันไปในเด็กแต่ละคน บางคนควรเริ่มดูแลเร็วกว่านี้ บางคนควรรอไปก่อน สมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งอเมริกาแนะนำให้ตรวจการจัดฟันครั้งแรกอย่างช้าที่สุดเมื่ออายุ 7 ขวบ ถ้าได้ตรวจไว้แต่เนิ่น ๆ สักครั้ง ก็ตัดสินใจเรื่องเวลาเริ่มได้ง่ายขึ้น

ยังมีอีกเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ ผลของการจัดฟันขึ้นอยู่กับการแปรงฟัน เมื่อติดเครื่องมือจัดฟัน (แบร็กเก็ตและลวด) เศษอาหารจะติดและคราบจุลินทรีย์สะสมรอบเครื่องมือได้ง่าย ถ้าคราบจุลินทรีย์เกาะอยู่นาน ก็อาจเกิดรอยขาว (รอยโรคจุดขาว) หรือฟันผุรอบเครื่องมือ ฟันเรียงสวยแล้ว แต่ถอดเครื่องมือออกมาเจอรอยขาวก็คงเสียใจ การดูแลความสะอาดระหว่างจัดฟันจึงสำคัญพอ ๆ กับการรักษา

เมื่อติดเครื่องมือแล้ว ทำแบบนี้

การแปรงฟันจะเปลี่ยนไปแบบนี้

  1. แปรงด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ หลังอาหารทุกมื้อ ใส่แปรงสีฟันให้ลูกไปโรงเรียนด้วย
  2. เอียงแปรงขึ้นและลง แปรงด้านบนและด้านล่างของแบร็กเก็ตแยกกัน คิดง่าย ๆ ว่าแปรงวนรอบแบร็กเก็ตหนึ่งรอบ
  3. ใช้แปรงซอกฟันทำความสะอาดใต้ลวดและระหว่างแบร็กเก็ต
  4. ใช้ที่ร้อยไหมขัดฟัน สอดไหมใต้ลวดแล้วทำความสะอาดซอกฟัน
  5. ส่องกระจกดูว่าไม่มีเศษอาหารหรือคราบจุลินทรีย์เหลือรอบเครื่องมือ

เรื่องอาหารก็ต้องระวังเล็กน้อย

สองสามวันแรกหลังติดหรือปรับเครื่องมือ ฟันอาจตึง ๆ และเคี้ยวไม่สะดวก ช่วงนั้นให้กินอาหารนิ่ม ๆ อย่างโจ๊กหรือเต้าหู้ และแม้จะเจ็บก็ไม่ข้ามการแปรงฟัน ถ้าไม่สบายอยู่นาน ให้แจ้งทันตแพทย์

ถ้าเครื่องมือทิ่มในปาก ให้ปั้นขี้ผึ้งจัดฟันเป็นก้อนกลมแล้วแปะไว้ ถ้าลวดหลุดหรือเครื่องมือหลุด ให้ติดต่อคลินิก

ความผิดพลาดที่คุณพ่อคุณแม่ทำบ่อยคือคิดว่าระหว่างจัดฟันได้ไปหาทันตแพทย์บ่อยอยู่แล้ว ทันตแพทย์คงดูให้หมด เลยละเลยการตรวจที่บ้าน การนัดจัดฟันเน้นที่การเคลื่อนฟันเป็นหลัก การแปรงฟันทุกวันจึงต้องดูแลกันที่บ้าน ลองส่องกระจกดูกับลูกบ้างว่ารอบเครื่องมือสะอาดไหม

คำถามที่พบบ่อย

อายุเกิน 11 ปีแล้วยังไม่ได้เริ่มจัดฟัน ช้าไปไหม

อายุ 11–13 ปีเป็นเพียงช่วงที่เด็กหลายคนเริ่ม ไม่ใช่เส้นตาย จะจัดฟันหรือไม่และเริ่มเมื่อไร ตัดสินร่วมกับทันตแพทย์หลังการตรวจประเมิน

ระหว่างจัดฟัน ยังต้องตรวจฟันตามกำหนดและรับฟลูออไรด์ไหม

ใช่ ระหว่างจัดฟันก็ไม่ควรขาดการตรวจฟันตามกำหนดและการรับฟลูออไรด์ รอบเครื่องมือฟันผุได้ง่าย จึงยิ่งสำคัญ

เศษอาหารติดเครื่องมือง่ายมาก ทำอย่างไรดี

พื้นฐานคือแปรงหลังอาหารทุกมื้อ และใช้แปรงซอกฟันกับที่ร้อยไหมขัดฟันทุกวัน ถ้าอยู่นอกบ้านแปรงทันทีไม่ได้ ให้บ้วนน้ำแรง ๆ ไว้ก่อน แล้วแปรงให้ได้เมื่อมีโอกาส

ทำไมถอดเครื่องมือแล้วมีรอยขาว

ถ้าคราบจุลินทรีย์เกาะรอบเครื่องมือนาน ผิวฟันจะอ่อนแอลงจนเกิดรอยขาวได้ การแปรงให้ละเอียดระหว่างจัดฟันคือการป้องกันที่ดีที่สุด

ปรึกษาทันตแพทย์ในกรณีเหล่านี้

รับการแจ้งเตือนในเวลาที่เหมาะสม

เพียงคุณพ่อคุณแม่ใส่วันเกิดของลูก (หรือวันกำหนดคลอด) ในแอปปฏิทินฟัน บทความเหล่านี้จะส่งมาเป็นการแจ้งเตือนในช่วงเวลาที่สำคัญ ใช้ได้ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก

แหล่งอ้างอิง

ข้อมูลในบทความนี้มีไว้เพื่อการให้ความรู้ทั่วไป และไม่สามารถใช้แทนการรักษาโดยทันตแพทย์ได้ โปรดปรึกษาทันตแพทย์เกี่ยวกับอาการของลูก

← บทความทั้งหมด